รีวิวซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 2 (2025) จากกรุงเทพฯ สู่วอชิงตัน ภารกิจลับที่ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว!

รีวิวซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 2 (2025) จากกรุงเทพฯ สู่วอชิงตัน ภารกิจลับที่ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว!

ข้อมูลซีรีส์

  • ชื่อเรื่อง: The Night Agent ซีซั่น 2

  • ปีที่ฉาย: 2025

  • ประเทศที่ผลิต: สหรัฐอเมริกา

  • ภาษาหลัก: อังกฤษ

  • ประเภทซีรีส์: แอ็กชัน, ระทึกขวัญ, สายลับ

  • ผู้กำกับ: ชอว์น ไรอัน (Shawn Ryan)

  • คนเขียนบท: ชอว์น ไรอัน (Shawn Ryan)

  • นักแสดงหลัก:

    • กาเบรียล บาสโซ (Gabriel Basso) รับบท ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์
    • ลูเซียน บูคานัน (Luciane Buchanan) รับบท โรส ลาร์คิน
    • อแมนดา วอร์เรน (Amanda Warren) รับบท แคทเธอรีน วีเวอร์
    • อาเรียนน์ แมนดี (Arianne Mandi) รับบท นูร์ ทาเฮรี
    • แอนดรูว์ สก็อตต์ (Andrew Scott) รับบท เจคอบ ฟอกซ์
    • หลุยส์ เฮอร์ธัม (Louis Herthum) รับบท มาร์คัส คิงส์ลีย์
  • ช่องทางการฉาย: Netflix

  • คะแนน IMDb: 7.3/10

เรื่องย่อ

ซีซั่น 2 ของ The Night Agent เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ (Gabriel Basso) ได้รับตำแหน่งเป็น Night Agent อย่างเต็มตัว แต่ภารกิจแรกของเขาใน กรุงเทพฯ ประเทศไทย กลับจบลงอย่างเลวร้าย เมื่อเขาไม่สามารถปกป้องเจ้าหน้าที่คนสำคัญที่เป็นเป้าหมายของกลุ่มองค์กรลับ Foxglove ได้ นี่ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของทั้งรัฐบาลและผู้ก่อการร้าย

ขณะเดียวกัน โรส ลาร์คิน (Luciane Buchanan) ที่พยายามใช้ชีวิตปกติหลังจากเหตุการณ์ในซีซั่นแรก กลับได้รับโทรศัพท์ปริศนาที่นำเธอกลับเข้าสู่เกมอันตรายนี้อีกครั้ง เธอและปีเตอร์ต้องร่วมมือกันเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับ Foxglove องค์กรเงามืดที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลหลายประเทศ และกำลังวางแผนทำบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงโลก

เรื่องราวขยายจาก กรุงเทพฯ ไปยังอิหร่าน และต่อเนื่องไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ปีเตอร์ต้องหาทางเปิดโปงแผนร้ายของ Foxglove ขณะที่เขาเองก็ถูกตามล่าโดย มาร์คัส คิงส์ลีย์ (Louis Herthum) ผู้อยู่เบื้องหลังองค์กรลับนี้

รีวิวซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 2 (2025) จากกรุงเทพฯ สู่วอชิงตัน ภารกิจลับที่ไม่มีที่ให้ซ่อนตัว!

รีวิวซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 2

ซีซั่น 2 ของ The Night Agent ยกระดับจากซีซั่นแรกไปอีกขั้น โดยเพิ่มความซับซ้อนของเนื้อเรื่องและขยายสเกลของปฏิบัติการไปทั่วโลก จากฉากแอ็กชันใน กรุงเทพฯ สู่การแทรกซึมใน อิหร่าน และการต่อสู้ทางการเมืองใน วอชิงตัน ดี.ซี.

Gabriel Basso ยังคงเป็นจุดแข็งของเรื่อง ด้วยการแสดงที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละคร ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ ที่ต้องกลายเป็นสายลับเต็มตัว และต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน ด้าน Luciane Buchanan ก็มีบทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นในฐานะคู่หูที่ฉลาดและไม่ใช่แค่ตัวละครรอง

การดำเนินเรื่องในซีซั่นนี้รวดเร็วและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่ยังคงแทรกอารมณ์และพัฒนาการตัวละครได้ดี โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง ปีเตอร์ และ โรส ที่เติบโตขึ้นไปอีกระดับ

ตัวอย่างซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 2

SPOILER ALERT | เนื้อหาต่อไปนี้มีสปอย 

ฉากที่ถูกพูดถึงใน The Night Agent (Season 2)

  1. ภารกิจที่ล้มเหลวในกรุงเทพฯ

    • ฉากเปิดของซีซั่น 2 เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ปีเตอร์ต้องหนีเอาตัวรอดหลังจากปฏิบัติการผิดพลาดในกรุงเทพฯ ฉากนี้เต็มไปด้วยความกดดันและแสดงให้เห็นถึงอันตรายของภารกิจที่เขาต้องเผชิญ
  2. แผนแทรกซึมบ้านเอกอัครราชทูตอิหร่าน

    • ปีเตอร์และโรสต้องเข้าไปในงานเลี้ยงของเอกอัครราชทูตเพื่อดึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ Foxglove แต่พวกเขากลับถูกจับตามองโดย Javad ผู้นำหน่วยข่าวกรองของอิหร่าน
  3. การไล่ล่าในนิวยอร์ก

    • หนึ่งในฉากที่ลุ้นระทึกที่สุดคือเมื่อปีเตอร์ถูกไล่ล่าไปทั่วเมืองนิวยอร์กโดยกลุ่มนักฆ่าที่ส่งมาจาก Foxglove ฉากนี้เต็มไปด้วยแอ็กชันสุดมันส์
  4. ฉากเผชิญหน้ากับ Markus Kingsley

    • ปีเตอร์และโรสต้องเผชิญหน้ากับ Markus Kingsley ผู้อยู่เบื้องหลัง Foxglove ซึ่งเผยให้เห็นถึงแผนสมคบคิดระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลสหรัฐฯ

จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้

  1. ขยายขอบเขตของเรื่องราวให้กว้างขึ้น
    จากเดิมที่ซีซั่น 1 เน้นเรื่องการเปิดโปงแผนลับในทำเนียบขาว ซีซั่น 2 นำเสนอภารกิจที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศและการเมืองระหว่างประเทศ
  2. การพัฒนาตัวละครที่เข้มข้นขึ้น
    ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ที่ถูกบีบให้ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอีกต่อไป แต่กลายเป็น Night Agent ที่ต้องรับผิดชอบในระดับที่ใหญ่ขึ้น
  3. ฉากแอ็กชันที่ตื่นเต้นและสมจริง
    ไม่ใช่แค่ฉากต่อสู้ธรรมดา แต่มีทั้งการแทรกซึม การสอดแนม และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
  4. Foxglove – วายร้ายที่ทรงพลังและลึกลับ
    ในซีซั่นนี้ เราได้รู้จัก Foxglove มากขึ้น ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในซีซั่น 1 และมีอำนาจมากกว่าที่คาดคิด
  5. จังหวะการเล่าเรื่องที่รวดเร็วและน่าติดตาม
    ไม่มีตอนไหนที่รู้สึกช้า ทุกตอนมีฉากพีคที่ทำให้ต้องดูต่อจนถึงตอนสุดท้าย

The Night Agent ซีซั่น 2 เป็นภาคต่อที่พัฒนาขึ้นจากซีซั่นแรก ทั้งในด้านโครงเรื่อง ฉากแอ็กชัน และตัวละคร เหมาะสำหรับคนที่ชอบซีรีส์สายลับที่เต็มไปด้วยปริศนา การไล่ล่า และแผนสมคบคิดระดับชาติ

Scroll to Top