
ข้อมูลซีรีส์
- ชื่อเรื่อง: The Night Agent
ปีที่ฉาย: 2023
ประเทศที่ผลิต: สหรัฐอเมริกา
ภาษาหลัก: อังกฤษ
ประเภทซีรีส์: แอ็กชัน, ระทึกขวัญ, สืบสวน
ผู้กำกับ: เซ็ธ กอร์ดอน (Seth Gordon)
คนเขียนบท: ชอว์น ไรอัน (Shawn Ryan)
นักแสดงหลัก:
- เกเบรียล บาสโซ (Gabriel Basso) รับบท ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์
- ลูเซียน บูคานัน (Luciane Buchanan) รับบท โรส ลาร์คิน
- ฮง เชา (Hong Chau) รับบท ไดแอน ฟาร์
ช่องทางการฉาย: Netflix
คะแนน IMDb: 7.5/10
เรื่องย่อ
“The Night Agent” เล่าเรื่องราวของ ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่ FBI ระดับล่างที่ทำงานในห้องใต้ดินของทำเนียบขาว หน้าที่ของเขาคือเฝ้าโทรศัพท์สายลับที่แทบไม่เคยดังขึ้นเลย จนกระทั่งคืนหนึ่ง โทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้เขาถูกดึงเข้าสู่การสมคบคิดทางการเมืองที่ซับซ้อนและอันตราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

รีวิวซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 1
ความคิดเห็นหลังจากที่ดูซีรีส์ ซีรีส์นี้สามารถดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่ตอนแรก ด้วยการผสมผสานระหว่างแอ็กชันและการสืบสวนที่เข้มข้น การแสดงของ เกเบรียล บาสโซ ในบทปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ น่าประทับใจ เขาสามารถถ่ายทอดความมุ่งมั่นและความสับสนของตัวละครได้อย่างดี ขณะที่ ลูเซียน บูคานัน ในบทโรส ลาร์คิน ก็เสริมสร้างมิติของเรื่องราวด้วยการแสดงที่น่าเชื่อถือ
ตัวอย่างซีรีส์ The Night Agent ซีซั่น 1
SPOILER ALERT | เนื้อหาต่อไปนี้มีสปอย
ฉากประทับใจใน The Night Agent (Season 1)
ฉากโทรศัพท์กลางดึกที่เปลี่ยนชีวิตของปีเตอร์
- เปิดฉากของซีรีส์ได้อย่างทรงพลัง เมื่อ ปีเตอร์ ซัทเธอร์แลนด์ นั่งอยู่ในห้องทำงานลับของทำเนียบขาว รับหน้าที่เฝ้า “โทรศัพท์สายลับ” ที่แทบไม่เคยดังเลย แต่แล้วจู่ ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นกลางดึก และเมื่อเขารับสาย เสียงของ โรส ลาร์คิน ปลายสายดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก ขณะที่เธอกำลังหนีเอาชีวิตรอดจากการถูกลอบสังหาร การตัดสินใจของปีเตอร์ในวินาทีนั้นไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของเขาเอง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของแผนสมคบคิดทางการเมืองที่ซับซ้อนและอันตราย
ฉากการไล่ล่าบนถนนกลางกรุงวอชิงตัน
- หนึ่งในฉากแอ็กชันที่ทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจคือ ฉากที่ปีเตอร์และโรสพยายามหนีจากกลุ่มนักฆ่าที่ถูกส่งมาเก็บพวกเขาโดยไม่ให้เหลือร่องรอย ฉากนี้เต็มไปด้วยความกดดันและความไม่แน่นอน เพราะทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าใครที่พวกเขาจะไว้ใจได้ การไล่ล่าเต็มไปด้วยกลยุทธ์การต่อสู้ การใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ และความฉลาดเฉลียวของปีเตอร์ที่พยายามพาโรสเอาตัวรอด
ฉากเผชิญหน้าระหว่างปีเตอร์กับไดแอน ฟาร์
- ในช่วงท้ายของซีรีส์ มีฉากสำคัญที่ปีเตอร์ต้องเผชิญหน้ากับ ไดแอน ฟาร์ ที่เป็นหัวหน้าของเขาและเป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับแผนการสมคบคิดเบื้องหลัง การปะทะกันของทั้งสองเต็มไปด้วยอารมณ์ ทั้งความผิดหวัง ความโกรธ และความจริงที่ถูกเปิดเผย ฉากนี้ไม่ได้มีแค่การปะทะด้วยกำลัง แต่ยังเป็นศึกทางจิตวิทยาที่ตึงเครียดและทรงพลังมาก
จุดเด่นของซีรีส์ The Night Agent (Season 1)
โครงเรื่องที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยปริศนา
- ซีรีส์นี้ไม่ใช่แค่หนังแอ็กชันสายลับทั่วไป แต่เต็มไปด้วยเงื่อนงำและแผนสมคบคิดทางการเมืองที่ชวนให้ติดตาม ทุกตอนเต็มไปด้วยปริศนาใหม่ ๆ ที่ค่อย ๆ คลี่คลายไปทีละนิด ทำให้ผู้ชมต้องคอยจับตามองทุกดีเทลเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราว
การแสดงของเกเบรียล บาสโซและลูเซียน บูคานัน
- เกเบรียล บาสโซ ถ่ายทอดบทบาทของปีเตอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นตัวเอกที่มีทั้งความฉลาดและความเป็นมนุษย์ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงได้ ส่วน ลูเซียน บูคานัน ที่รับบทเป็นโรส ลาร์คิน ก็นำเสนอบทบาทหญิงสาวที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ถูกช่วยเหลือ แต่เป็นตัวละครที่มีไหวพริบและมีบทบาทสำคัญในเรื่อง
การผสมผสานระหว่างแอ็กชันและดราม่าที่ลงตัว
- แม้ว่าซีรีส์นี้จะเป็นแนวแอ็กชันสายลับ แต่ก็ไม่ละเลยเรื่องอารมณ์และพัฒนาการของตัวละคร ไม่ใช่แค่ฉากต่อสู้หรือฉากไล่ล่าที่ดี แต่ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่สร้างความลึกให้กับเรื่องราว ทำให้ผู้ชมอินกับเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของตัวละคร
จังหวะการเล่าเรื่องที่ทำให้ต้องดูต่อเนื่อง
- ซีรีส์นี้ออกแบบจังหวะการดำเนินเรื่องได้อย่างชาญฉลาด มีการตัดจบในแต่ละตอนแบบที่ทำให้ผู้ชมอยากกดดูตอนต่อไปทันที แต่ละตอนมีจุดพีคของตัวเอง และไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกว่ายืดเยื้อหรือช้าเกินไป
บรรยากาศและการถ่ายทำที่ทำให้รู้สึกสมจริง
- บรรยากาศของซีรีส์มีความสมจริงสูง ทั้งการถ่ายทำที่มีสไตล์เฉพาะตัว การใช้แสงและสีที่สร้างอารมณ์ให้เข้ากับสถานการณ์ การออกแบบฉากไล่ล่าที่ดูสมจริงและทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์
โดยสรุป The Night Agent (Season 1) เป็นซีรีส์ที่คอหนังแอ็กชันและสายลับไม่ควรพลาด ด้วยพล็อตที่น่าติดตาม การแสดงที่ยอดเยี่ยม และจังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับ ทำให้ซีรีส์นี้เป็นหนึ่งในผลงานที่สามารถดูเพลินและลุ้นระทึกจนถึงตอนสุดท้าย!